Welcome to สถานพยาบาล อภิณพเวชกรรม
CALL: 036-246-902

บริการผู้ป่วยนอก

งานบริการผู้ป่วยนอก (OPD)

คู่มือการปฏิบัติงานบริการผู้ป่วยนอก และผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉินของโรงพยาบาลในสังกัดสำนัก
การแพทย์ กรุงเทพมหานคร มีรายละเอียดเนื้อหาครอบคลุมถึงการจัดกระบวนการปฏิบัติงานบริการผู้ป่วย
นอก และผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามข้อกำหนด และขั้นตอน ของกระบวนการ
ปฏิบัติงานบริการผู้ป่วยนอก และผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉิน ซึ่งประกอบด้วย 2 ระบบงานหลัก ดังต่อไปนี้
3.1 ระบบงานบริการผู้ป่วยนอก
3.2 ระบบงานบริการผู้ป่วยอุบัติเหตุฉุกเฉิน
หน้าที่ความรับผิดชอบและกระบวนการปฏิบัติงาน
3.1 ระบบงานบริการผู้ป่วยนอก ประกอบด้วย 4 กระบวนหลัก ได้แก่
3.1.1 กระบวนการคัดกรอง คัดแยก (ใช้เวลาประมาณ 5 นาที)
ผู้รับผิดชอบ พยาบาลวิชาชีพ ทำหน้าที่ ประเมินสภาวะผู้ป่วยเบื้องต้น
ตามเกณฑ์มาตรฐานการประเมินสภาวะอาการ เพื่อคัดแยก และส่งผู้ป่วยเข้ารับการตรวจรักษา ดังนี้
– ผู้ป่วยอาการฉุกเฉินมาก ส่งไปหน่วยงานอุบัติเหตุและฉุกเฉิน (ER) เพื่อ
รับการตรวจรักษาให้การช่วยเหลือทันที
– ผู้ป่วยอาการเร่งด่วน ส่งไปหน่วยงานอุบัติเหตุและฉุกเฉิน เพื่อรับการ
ตรวจรักษา ภายใน 15 – 30 นาที
– ผู้ป่วยทั่วไป ส่งไปหน่วยงานเวชระเบียน ตามช่องทางด่วน (Fast track)
ต่างๆ เพื่อลงทะเบียน ได้แก่
ก. ผู้ป่วยอาการไม่เร่งด่วน (ตรวจรักษา 30 – 60 นาที ) หรือ ผู้ป่วยมีใบ
นัดตรวจ หรือผู้ป่วยทั่วไป (Walk in) พยาบาลประเมินอาการแล้วให้ติดต่อหน่วยงานเวชระเบียน จึงส่งไปรอที่
ห้องตรวจผู้ป่วยนอกแผนกต่างๆ เช่น แผนกสูตินรีเวชกรรม แผนกศัลยกรรม แผนกอายุรกรรม แผนก
ศัลยกรรมกระดูก แผนกจักษุ แผนกโสต ศอ นาสิก หรือหน่วยงานกายภาพบำบัด
ข. ผู้ป่วยมีใบนัดเจาะเลือด หรือ นัดตรวจพิเศษ เช่น ถ่ายภาพรังสี ตรวจ
CT ตรวจ Mammogram ตรวจ Ultrasound หรือตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เมื่อติดต่อหน่วยงานเวช
ระเบียนแล้ว ไปที่ห้องตรวจเพื่อรับการตรวจได้เลย ในรายที่ไม่มีต้นสังกัด ชำระเงินสดไปชำระเงินที่ห้องเก็บ
เงินก่อนการตรวจ
ขั้นตอนการคัดกรอง คัดแยกผู้ป่วย มีเอกสารที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
1. คู่มือ วิธีปฏิบัติ การคัดกรองและประเมินสภาวะผู้ป่วย
2. แบบฟอร์มบันทึกสภาวะ อาการและคัดแยกผู้ป่วย
3. ใบนัด หรือ บัตรโรงพยาบาล หรือ บัตรสิทธิต่างๆ

3.1.2 กระบวนการเวชระเบียน (ใช้เวลาประมาณ 5 นาที) มีช่องทางด่วน (Fast
track) ต่างๆ เพื่อบริการที่รวดเร็ว ได้แก่ ข้าราชการสังกัดกรุงเทพมหานคร ผู้สูงอายุ ผู้พิการ การแก้ไขชื่อ สกุล
บัตรนัด บัตรเก่า บัตรใหม่ อุบัติเหตุฉุกเฉิน ประกันสังคม
ผู้รับผิดชอบ เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล หน่วยงานเวชระเบียน ฝ่ายวิชาการ ทำหน้าที่
ทำประวัติ ลงทะเบียนเป็นผู้ป่วยของโรงพยาบาลและค้นเวชระเบียนทุกราย ทั้งผู้ป่วยใหม่ ผู้ป่วยเก่า รวมทั้ง
การตรวจสอบสิทธิเบื้องต้นตามบัตรประชาชน หรือบัตรสิทธิต่างๆ (บัตรทอง บัตรประกันสังคม บัตรผู้พิการ
ฯลฯ) แล้วส่งผู้ป่วยไปห้องตรวจแผนกต่างๆ หากมีปัญหาเรื่องสิทธิ ส่งต่อช่องตรวจสอบสิทธิ
3.1.3 กระบวนการตรวจสอบสิทธิ (ใช้เวลาประมาณ 5 – 10 นาที)
ผู้รับผิดชอบ เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล ฝ่ายวิชาการ ทำหน้าที่ ตรวจสอบสิทธิผู้ป่วย
ตามเอกสารหลักฐาน ได้แก่ บัตรประชาชน หรือบัตรที่ราชการออกให้ บัตรต้นสังกัด บัตรทอง บัตร
ประกันสังคม พรบ. บัตรต่างด้าว ใบสูติบัตร บัตรผู้พิการ โดยใช้เลขประจำตัว 13 หลัก เป็นมาตรฐานการ
สืบค้นทางสารสนเทศ และทำการรับรองสิทธิ ทั้งผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน ตลอดจนผู้ป่วยส่งต่อที่อื่น (Refer)
3.1.4 กระบวนการบริการตรวจรักษาผู้ป่วยนอก (รับประกันเวลารอคอย ไม่เกิน
60 นาที)
ผู้รับผิดชอบ กลุ่มงานผู้ป่วยนอก ทำหน้าที่ บริการตรวจรักษาโรค ทำหัตถการ ให้
คำปรึกษา แนะนำ ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ส่งตรวจพิเศษเพิ่มเติมเพื่อช่วยวินิจฉัยโรค ส่งต่อสถาบันอื่นที่
เชี่ยวชาญกว่า รับเป็นผู้ป่วยใน รับยากลับบ้าน นัดตรวจติดตามผลการรักษา โดยมีกระบวนการปฏิบัติงาน
ดังนี้
– ประเมินอาการ สภาวะผู้ป่วยก่อนพบแพทย์ หากมีภาวะฉุกเฉิน หรือเร่งด่วน รีบ
นำส่งหน่วยงานอุบัติเหตุและฉุกเฉิน
– วัดสัญญาณชีพ (Vital signs) ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง
– ซักประวัติ อาการที่มาพบแพทย์
– บันทึกข้อมูลการประเมินอาการเบื้องต้น ประวัติการเจ็บป่วยและสัญญาณชีพ
– ติดตามผลการตรวจทางรังสีหรือผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ หรือประวัติ
อื่นๆจากการตรวจในครั้งที่แล้ว
– จัดคิวห้องตรวจตามลำดับก่อนหลัง ผู้ป่วยที่มีอาการเปลี่ยนแปลงเสี่ยงต่อภาวะ
ฉุกเฉินจะได้รับการช่วยเหลือปฐมพยาบาล สังเกตอาการ และจัดให้พบแพทย์ตรวจรักษาอย่างรวดเร็ว
– แพทย์ตรวจวินิจฉัยและสั่งการรักษา พยาลวิชาชีพตรวจสอบคำสั่งการรักษา
และปฏิบัติตามให้ครบถ้วน ได้แก่ ส่งห้องสังเกตอาการ ทำหัตถการ ทำแผล ฉีดยา รับเป็นผู้ป่วยใน (ส่งศูนย์
Admit) ผู้ป่วยระบบส่งต่อ (ส่งศูนย์ Refer) ส่งผู้ป่วยตรวจต่างแผนก ให้คำแนะนำ จัดเตรียมประวัติส่งตรวจ
และส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการหรือส่งตรวจรังสีวินิจฉัยตามคำสั่งแพทย์

– ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการหรือส่งตรวจทางรังสีวินิจฉัย ตรวจสอบใบคำร้อง
ขอตรวจ ตรวจสอบการใช้สิทธิ นำส่งผู้ป่วย
– นัดตรวจครั้งต่อไป ให้คำแนะนำ ชำระเงิน รับยากลับบ้าน

3.1.5 กระบวนการตรวจทางห้องปฏิบัติการหรือตรวจทางรังสีวินิจฉัย
ผู้รับผิดชอบ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์หรือนักเทคนิคการแพทย์ ห้องตรวจชันสูตร
โรคกลาง กลุ่มงานชันสูตรโรคกลาง และเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตรการแพทย์ หรือนักรังสีการแพทย์ ห้องตรวจ
ทางรังสีวิทยา กลุ่มงานรังสีวิทยา ทำหน้าที่ ตรวจสอบและบันทึกใบคำร้องขอตรวจทางห้องปฏิบัติการหรือทาง
รังสีวิทยา ตรวจสอบการใช้สิทธิ ในกรณีชำระเงินสด แนะนำส่งผู้ป่วยไปชำระเงิน และรอรับการตรวจ กรณี
ผู้ป่วยใช้สิทธิหรือมีต้นสังกัด รอรับการตรวจ ส่งตัวผู้ป่วยกลับห้องตรวจ ส่งผลตรวจกลับเมื่อได้ผล
3.1.7 กระบวนการชำระเงิน
ผู้รับผิดชอบ ห้องเก็บเงิน ฝ่ายงบประมาณการเงินและบัญชี รับใบสั่งยาจากผู้ป่วย
บันทึกหมายเลขประจำตัวผู้ป่วยนอกในระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อเรียกค่าใช้จ่ายทั้งหมดของผู้ป่วยที่บันทึกใน
ระบบคอมพิวเตอร์ในการมาใช้บริการ แจ้งราคาค่าใช้จ่ายให้ผู้ป่วยทราบ รับเงินสดหรือบัตรเครดิต และ
พิมพ์ใบเสร็จรับเงินให้ผู้ป่วย
3.1.8 กระบวนการรอรับยาและรับคำแนะนำการใช้ยา
ผู้รับผิดชอบ ห้องจ่ายยาผู้ป่วยนอก กลุ่มงานเภสัชกรรม ทำหน้าที่ บันทึกข้อมูล
รายการยาตามคำสั่งการรักษาของแพทย์ กรณีผู้ป่วยใช้สิทธิรอรับยาตามบัตรคิว กรณีที่ผู้ป่วยไม่ใช้สิทธิ ชำระ
ด้วยเงินสดหรือบัตรเครดิต แจ้งให้นำใบสั่งยาไปชำระเงินที่ห้องเก็บเงินก่อน จากนั้นมารอรับยาตามบัตรคิว
เภสัชกรจัดยา ตรวจสอบรายการยาตามคำสั่งแพทย์ และเรียกผู้ป่วยเพื่อรับยา เภสัชกรให้คำแนะนำการใช้ยา
ผลข้างเคียงจากการใช้ยาแต่ละรายการ และจ่ายยาให้ผู้ป่วย
3.2 ระบบงานบริการ ห้องอุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน มีกระบวนการสำคัญ คือ
3.2.1 การคัดกรองผู้ป่วย (Triage)
ผู้รับผิดชอบ พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ ศูนย์เคลื่อนย้ายผู้ป่วย ทำหน้าที่ คัดกรอง
ประเมินอาการเบื้องต้น จัดลำดับความเร่งด่วนในการรักษาพยาบาล (กระบวนการคัดกรองภายใน 2 นาที)
โดยแบ่งผู้ป่วยออกเป็น 3 ประเภท คือ
– ผู้ป่วยฉุกเฉินมาก (Emergent) ส่งตรวจรักษาทันที
– ผู้ป่วยฉุกเฉิน (Urgent) ตรวจรักษาภายใน 5 – 30 นาที
– ผู้ป่วยไม่ฉุกเฉิน (Non Urgent) ตรวจรักษา 30 – 60 นาที
ซักประวัติอาการสำคัญที่นำมาโรงพยาบาล ประวัตินำส่ง ตรวจร่างกายเบื้องต้น
สัญญาณชีพ ตรวจระดับออกซิเจนในเลือด ตรวจน้ำตาลปลายนิ้วมือ ปฐมพยาบาลเบื้องต้น เคลื่อนย้ายผู้ป่วย
ฉุกเฉินมากเข้าห้องอุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน เพื่อรับการรักษาพยาบาล ให้ข้อมูลเบื้องต้น แก่ญาติและผู้รับบริการ

3.2.2 เวชระเบียน ค้นและทำบัตร ตรวจสอบและอนุมัติสิทธิการรักษา
ผู้รับผิดชอบ เจ้าหน้าที่เวชระเบียน ทำหน้าที่ ตรวจสอบเอกสาร ซักประวัติ ทำบัตร
ใหม่ (กรณีผู้ป่วยมาครั้งแรก) ซักประวัติจากญาติ ในกรณีผู้ป่วยมาคนเดียวเวชระเบียนมาซักประวัติผู้ป่วยใน
ห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน นำเอกสารไปตรวจสอบอนุมัติสิทธิ ส่งเวชระเบียนทางลิฟต์ส่งของ หรือ นำเวชระเบียนมา
ส่งในห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน
3.2.3 กระบวนการตรวจวินิจฉัย รักษาพยาบาลและทำหัตถการต่างๆ
ผู้รับผิดชอบ แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ศูนย์เคลื่อนย้ายผู้ป่วย เจ้าหน้าที่การเงิน
เจ้าหน้าที่รังสี และเจ้าหน้าที่ห้องชันสูตรโรคกลาง ทำหน้าที่ เก็บสิ่งส่งตรวจตามแผนการรักษา กรณีมีญาติมา
ด้วยและต้องเก็บสิ่งส่งตรวจ ให้ญาตินำใบ Request ไปจ่ายค่ารักษาและเจ้าหน้าที่นำสิ่งส่งตรวจพร้อมใบ
Request ส่งห้อง Lab กรณีสิทธิต้นสังกัด ประกันสังคม ประกันสุขภาพถ้วนหน้า เจ้าหน้าที่นำใบ Request
และสิ่งส่งตรวจ ส่งห้อง Lab ได้เลย ส่ง X-Ray หรือ X-Ray Portable พยาบาลประสานงาน แจ้งเจ้าหน้าที่
รังสีทราบ ทำหัตถการต่าง ๆ เช่น ให้ IVF ทำแผล ฉีดยา ใส่สายสวนต่าง ๆ ตามแผนการรักษา ให้ข้อมูลแก่
ญาติและผู้รับการบริการเกี่ยวกับแผนการรักษา การดำเนินโรค การปฏิบัติตัวของผู้ป่วยและญาติ
3.2.4 กระบวนการจำหน่าย (กลับบ้าน ส่งคลินิกอื่น การส่งต่อผู้ป่วย (Refer),
การรับเป้นผู้ป่วยใน (Admit) เพื่อการรักษาในโรงพยาบาล เสียชีวิต (Dead) และไม่สมัครอยู่รับการรักษา)
ผู้รับผิดชอบ แพทย์ พยาบาล ศูนย์เคลื่อนย้าย แพทย์นิติเวช เภสัชกร เจ้าหน้าที่การเงิน
เจ้าหน้าที่นิรามัย
การจำหน่ายผู้รับบริการในห้องอุบัติเหตุ – ฉุกเฉิน แยกเป็น
1.) กลับบ้าน หลังการตรวจรักษาเสร็จสิ้น แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ พยาบาล
แนะนำการปฏิบัติตัว ให้ใบสั่งยา เภสัชกรเป็นผู้แนะนำการใช้ยา อาการข้างเคียง ข้อควรปฏิบัติเมื่อรับประทาน
ยา
2.) ส่งต่อคลินิกอื่น รวมทั้งห้องสังเกตอาการ หลังการตรวจรักษาแพทย์วินิจฉัยว่า
ควรพบแพทย์เฉพาะทางหรือสังเกตอาการหลังการรักษาพยาบาล พยาบาลรับข้อมูล แจ้งข้อมูลกับพยาบาล
ประจำคลินิกที่ส่งต่อ นำส่งผู้รับบริการพร้อมเอกสารข้อมูลผู้รับบริการ
กรณีส่งต่อห้องสังเกตอาการ เมื่อผู้ป่วยอาการทุเลาพยาบาลประจำห้องสังเกต
อาการจะแจ้งข้อมูลให้แพทย์ผู้ตรวจรักษารับทราบและประเมินผู้ป่วยอีกครั้งก่อนกลับบ้าน หรือถ้าผู้ป่วยมี
อาการไม่ดีขึ้นหรือผิดปกติ แจ้งแพทย์ผู้รักษาเพื่อประเมินอาการและวางแผนการรักษาเพิ่มเติม
3.) การส่งต่อผู้ป่วย (Refer) เมื่อผู้รับบริการได้รับการตรวจรักษาเบื้องต้นแล้ว มี
สิทธิการรักษาที่อื่นหรือเกินศักยภาพของโรงพยาบาล แพทย์พิจารณาส่งต่อโรงพยาบาลอื่น แพทย์เขียนใบส่ง
ตัวผู้ป่วย (ข้อมูลการเจ็บป่วย การรักษาพยาบาลเบื้องต้น) ส่งข้อมูลผู้ป่วยให้ศูนย์รับ ส่งต่อผู้ป่วยประสานงาน
การ Refer เมื่อโรงพยาบาลปลายทางตอบรับการ Refer แจ้งรถพยาบาล เตรียมอุปกรณ์เครื่องมือ นำส่งผู้ป่วย
และข้อมูลโดยพยาบาล ห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน
กรณีไม่สามารถส่งต่อได้ (ไม่มีโรงพยาบาลตอบรับ) พิจารณาแจ้งแพทย์เจ้าของ
ไข้รับทราบ และพิจารณารับเป็นผู้ป่วยใน แล้วประสานส่งต่อภายหลัง

) รับเป็นผู้ป่วยใน (Admit) เมื่อแพทย์ตรวจวินิจฉัยให้การรักษาพยาบาล
เบื้องต้นแล้วพิจารณาให้นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล พยาบาลห้องอุบัติเหตุ – ฉุกเฉินแจ้งเจ้าหน้าที่
ตรวจสอบสิทธิ อนุมัติสิทธิทำใบเยี่ยม หรือทำใบเยี่ยมรอสิทธิ (กรณีเอกสารไม่ครบ) และแจ้งศูนย์รับผู้ป่วยใน
ขอเตียงและหอผู้ป่วยที่จะนอนพัก ขอเลขประจำตัวผู้ป่วยใน (AN) ตรวจสอบความพร้อมของข้อมูลและ
ผู้รับบริการ แจ้งศูนย์เคลื่อนย้ายนำผู้ป่วยพร้อมข้อมูลไปหอผู้ป่วยใน
กรณีผู้ป่วยฉุกเฉินมาก มีภาวะเสี่ยงขณะเคลื่อนย้ายมีพยาบาลนำส่งพร้อม Monitor
ทุกราย
กรณีผู้ป่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาลเอง จะตัดยอดค่ารักษาผู้ป่วยนอกก่อนรับเป็น
ผู้ป่วยใน
5.) ผู้ป่วยเสียชีวิต (Dead) กรณีที่แพทย์วินิจฉัยว่าผู้ป่วยเสียชีวิตก่อนมาถึง
โรงพยาบาล พยาบาลห้องอุบัติเหตุฉุกเฉินแจ้งทางสถานีตำรวจ ทางตำรวจจะแจ้งแพทย์นิติเวชมาตรวจชันสูตร
เมื่อแพทย์นิติเวชชันสูตรแล้วลงความเห็นว่าเสียชีวิตด้วยอาการของโรค แจ้งญาติรับทราบ และหากญาติไม่ติด
ใจสงสัยสาเหตุการเสียชีวิต ศพจะอยู่ในห้องอุบัติเหตุฉุกเฉินจนครบ 2 ชั่วโมงจึงย้ายไปห้องนิรามัย แพทย์เขียน
หนังสือรับรองการตายพยาบาลแนะนำญาติจ่ายค่ารักษาพยาบาลและรับหนังสือรับรองการตายที่ห้องนิรามัย
แล้วนำไปแจ้งเขต ลงข้อมูลรับใบมรณะบัตรจากเขตมารับศพที่ห้องนิรามัย กรณีแพทย์นิติเวชวินิจฉัยว่าเป็นศพ
คดี จะนำศพไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลจุฬาฯ หรือโรงพยาบาลตำรวจ พยาบาลแนะนำญาติจ่าย
ค่ารักษา (กรณีไม่มีสิทธิการรักษา) และไปติดต่อรับใบมรณะบัตรที่ออกโดยแพทย์นิติเวชจากโรงพยาบาลจุฬาฯ
หรือโรงพยาบาลตำรวจ
กรณีผู้ป่วยเสียชีวิตที่ห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน แพทย์วินิจฉัยว่าเสียชีวิตจากโรคของผู้ป่วย
แพทย์เขียนใบรับรองการตาย ศพอยู่ที่ห้องอุบัติเหตุฉุกเฉินจนครบ 2 ชั่วโมงจึงส่งต่อไปห้องนิรมัย ญาติติดต่อ
เหมือนกรณีเสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล
และถ้าแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นศพคดี แจ้งสถานีตำรวจเพื่อติดต่อแพทย์นิติเวชมาตรวจ
ชันสูตร ส่งศพไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลจุฬาฯ หรือโรงพยาบาลตำรวจ
6.) ไม่สมัครใจอยู่หรือไม่รับการรักษา แพทย์ตรวจวินิจฉัยคุยกับผู้ป่วยและญาติ
กรณีผู้ป่วยไม่สมัครใจรับการรักษาพยาบาล ให้เซ็นชื่อไม่สมัครใจรับการ
รักษาพยาบาลลงในเวชระเบียนพร้อมทั้งให้ญาติเซ็นเป็นพยาน รวมถึงแพทย์และพยาบาลเซ็นเป็นพยาน
กรณีไม่รอตรวจ โดยไม่แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ พยาบาลลงข้อมูลผู้ป่วยไม่รอตรวจ
และเซ็นชื่อกำกับไว้พร้อมทั้งลงเวลาทุกครั้ง